10 วิธีเพิ่มยอดขาย สำหรับธุรกิจ SME ที่ทำได้จริงในปี 2026
- corporatesales87
- Nov 27, 2025
- 3 min read
Updated: Nov 28, 2025

ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจรุนแรง และภาวะเศรษฐกิจโลกยังมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง — สำหรับเจ้าของธุรกิจ SME การหาวิธี “เพิ่มยอดขายอย่างมั่นคงแต่ยั่งยืน” เป็นเรื่องจำเป็นมากขึ้น เพราะ SME คือกลุ่มธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย (SME เป็นกว่า 99.5% ของธุรกิจทั้งหมดในประเทศ)
ปี 2026 จึงเป็นจังหวะที่ดีหาก SME ปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับพฤติกรรมลูกค้าและเทคโนโลยียุคใหม่ — บทความนี้รวบรวม 10 วิธีที่ทำได้จริง ที่จะช่วยให้ยอดขายของคุณ “โต” ไม่ใช่แค่ฝัน
✅ 10 วิธีที่ช่วยเพิ่มยอดขายให้ SME
1. วางโครงสร้าง “Customer Journey” ให้ครบ
อย่าปล่อยให้ลูกค้าหลงทาง — วางแผนตั้งแต่ Awareness → Interest → Decision → Purchase → After-sales
สร้างคอนเทนต์ให้ความรู้ (บทความ, วิดีโอ, โพสต์โซเชียล) เพื่อให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์ก่อน
ทำให้ขั้นตอนติดต่อ / สั่งซื้อ / หลังการขายง่ายและชัดเจน
รวบรวมฐานข้อมูลลูกค้า (Lead) เพื่อทำการตลาดซ้ำ (retargeting / retouch)
การมี Customer Journey ที่ชัดเจน ช่วยให้ลูกค้าเดินมาหาคุณเองและเพิ่มโอกาสปิดการขาย
2. ใช้ดิจิทัลและเทคโนโลยีให้เป็น (Digital + Automation)
ปี 2026 คือยุคที่ SME ต้อง “ไม่ขายแบบเดิม” เพราะลูกค้าหันไปใช้ช่องทางออนไลน์มากขึ้น
สร้างเว็บไซต์ + ออนไลน์ช็อปปิ้ง หรือช่องทางขายทางโซเชียลมีเดีย
ใช้ระบบ CRM / ระบบติดตามลูกค้า / Chat-bot / ระบบนัดหมายอัตโนมัติ — ช่วยลดภาระขายและติดตามลูกค้า
ใช้โฆษณาออนไลน์ (Google Ads / Facebook / …) เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช่
การใช้เทคโนโลยีช่วยให้ SME แข่งกับธุรกิจใหญ่ได้ และสามารถขยายฐานลูกค้าได้รวดเร็วกว่าที่เคย
3. เน้น “คุณภาพลูกค้า” มากกว่า “ปริมาณ”
แทนที่จะพยายามขายให้ได้มาก ๆ แต่ลูกค้าไม่ซื้อซ้ำ
โฟกัสกับกลุ่มลูกค้าที่ตรงกับ Persona — ลูกค้าที่มีโอกาสซื้อจริง
คัดกรอง Lead / ลูกค้าให้ชัดเจน เช่น ผ่านแบบฟอร์ม คำถามคุณสมบัติ / ความต้องการ
ให้บริการหลังขายดี → ลูกค้าเก่ากลับมาซื้อซ้ำ / แนะนำเพื่อน
ลูกค้าคุณภาพ = ยอดขายที่มั่นคง + รีวิว / การบอกต่อ = ขยายฐานแบบยั่งยืน
4. สร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจ (Trust & Branding)
SME ที่ขายดีมักมี “ภาพลักษณ์ที่เชื่อถือได้”
รีวิว ลูกค้าจริง / กรณีศึกษาจริง / Before-After / User-generated content
โปร่งใสเรื่องราคา / คุณภาพ /เงื่อนไข — ลดความกังวลของลูกค้า
สื่อสารอย่างจริงใจ — คำพูด น้ำเสียง บริการหลังขาย
ยิ่งลูกค้าเชื่อใจ ยิ่งมีโอกาสซื้อ + กลับมาซื้อซ้ำ + แนะนำ
5. ปรับกลยุทธ์ “Multi-Channel Sales”
อย่าขายทางเดียว — ใช้หลายช่องทางให้ครอบคลุม
ขายออนไลน์ (เว็บไซต์ / Marketplace / Social Media)
ขายออฟไลน์ (หน้าร้าน / งานอีเวนต์ / เจรจา B2B)
ขายผ่านพันธมิตร (Reseller / Affiliate / Referral)
การมีหลายช่องทางช่วยให้เข้าถึงลูกค้าหลากหลายกลุ่ม และลดความเสี่ยง
6. ใช้กลยุทธ์ “Up-sell / Cross-sell” อย่างชาญฉลาด
เมื่อคุณมีลูกค้าแล้ว — อย่าปล่อยให้โอกาสผ่านไป
แนะนำผลิตภัณฑ์เสริมหรือบริการเสริม ที่เกี่ยวข้อง
เสนอ package / bundle / subscription / loyalty program
ให้ข้อเสนอพิเศษกับลูกค้าเก่า
จะช่วยเพิ่มมูลค่าต่อคำสั่งซื้อ และเพิ่มความภักดีของลูกค้า
7. พัฒนาทีมขาย & บริการลูกค้า (Service & Sales Skill)
คนขายดี = ยอดขายดี
เทรนนิ่งทักษะขายให้ทีม (พูดคุย, ปิดการขาย, Follow-up, บริการหลังขาย)
กำหนด KPI ที่ชัดเจน (ยอดขาย, จำนวนลูกค้า, Retention ฯลฯ)
มีระบบติดตามผลงาน และวัดผลอย่างเป็นระบบ
ทีมที่ฝึกมา + ระบบชัดเจน = ขายได้ต่อเนื่อง
8. สร้างรูปแบบการขายที่ยืดหยุ่นตามพฤติกรรมลูกค้า (Omnichannel + Flexible Offer)
พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนเร็ว → ขายแบบยืดหยุ่น
ให้ลูกค้าเลือกช่องทางสั่งซื้อ (ออนไลน์ / โทร / หน้าร้าน)
มีตัวเลือกการชำระเงินหลายแบบ (บัตร, e-wallet, โอน, ผ่อน)
มีโปรโมชั่น / ส่วนลด / แพ็กเกจให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้า
ยิ่งยืดหยุ่น ยิ่งลดแรงเสียดทาน → ยิ่งปิดยอดได้ง่าย
9. วิเคราะห์ข้อมูล & ปรับกลยุทธ์ตาม “Insight จริง”
ใช้ข้อมูลจริง (ยอดขาย, ลูกค้า, พฤติกรรม, Feedback) มาปรับกลยุทธ์
วิเคราะห์ว่า ช่องทางไหนขายดี, สินค้าใดขายออก, กลุ่มลูกค้าแบบไหนซื้อง่าย
ปรับสต็อก, โปรโมชั่น, การตลาดให้ตรงกับพฤติกรรมลูกค้า
วางแผนระยะยาว: สินค้าใหม่, ขยายตลาด, รักษาฐานลูกค้า
การทำแบบ Data-Driven จะช่วยให้ตัดสินใจแม่น และลดการเสียโอกาส
10. ลงทุนในความยั่งยืน: บริการหลังขาย + สร้างแบรนด์ระยะยาว
ยอดขายวันนี้สำคัญ แต่ “ความยั่งยืน” สำคัญกว่า
ดูแลลูกค้าให้ดีหลังขาย — รับประกัน, บริการหลังการขาย, ดูแลปัญหา
สร้างแบรนด์ที่ลูกค้าจำได้ — Content Marketing, รีวิว, ความน่าเชื่อถือ
วางแผนระยะยาว — สินค้าใหม่, ขยายตลาด, รักษาฐานลูกค้าเก่า
เมื่อธุรกิจมีฐานที่แข็งแรง ยอดขายจะโตได้อย่างมั่นคง
🔄 สรุป
ปี 2026 เป็นโอกาสของ SME ที่พร้อมปรับตัวและทำงานอย่างเป็นระบบ10 วิธีด้านบน — ไม่ใช่ “ทริกชั่วคราว” แต่เป็น กลยุทธ์ที่ยั่งยืน
ถ้าธุรกิจของคุณพร้อม “ลงทุนเวลา + ปรับโครงสร้าง + มุ่งมั่นพัฒนา” — ผลลัพธ์คือยอดขายที่เติบโต + ฐานลูกค้าแข็งแรง + แบรนด์ที่ยั่งยืน
แนะนำให้คุณเลือก 2–3 วิธีที่เหมาะกับธุรกิจตอนนี้ แล้วเริ่มลงมือทันที
การขายเป็นทักษะที่ทุกคนพัฒนาได้ แม้คุณจะเป็นมือใหม่ หรือไม่เคยขายอะไรมาก่อน แต่ถ้ารู้หลักการที่ถูกต้อง ก็สามารถปิดการขายได้จริงในเวลาไม่นานบทความนี้จะสรุป 10 เทคนิคการขายสำหรับมือใหม่ ที่ทำตามได้ทันที เหมาะกับทั้งพนักงานขายใหม่ เจ้าของกิจการ และ SME ที่ต้องการเพิ่มยอดขายอย่างเป็นระบบ 1) เริ่มจาก “เข้าใจลูกค้า” ไม่ใช่เริ่มจากสินค้ามือใหม่มักเริ่มจากการเล่าว่า “สินค้าดียังไง” แต่ลูกค้ามีคำถามเดียวคือ“มันช่วยฉันแก้ปัญหาอะไร?” ลองเริ่มจาก
ยิ่งเข้าใจลูกค้า → ยิ่งขายง่าย 2) เตรียม Script การขายแบบยืดหยุ่นมือใหม่ไม่ควรขายแบบด้นสด ควรมี Script แต่ต้องไม่แข็งเหมือนอ่านหนังสือScript ควรมี:
จำเป็นแค่ “โครง” แต่คุยแบบธรรมชาติ 3) เปิดด้วยคำถาม ไม่ใช่การขายตรงแทนที่จะบอก
ลองถาม
คำถามที่ดี = ยอดขายดีเพราะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเราสนใจเขา ไม่ได้พยายามยัดเยียดสินค้า 4) ฟังให้มากกว่าพูดมือใหม่มักพูดเยอะเกินไปแต่ยอดขายปิดได้จาก “ข้อมูลที่ลูกค้าเล่า” กฎทอง → พูด 30% ฟัง 70% 5) ใช้เทคนิค “Pain → Solution → Benefit”เวลานำเสนอ ให้เรียงแบบนี้:
ตัวอย่าง:“ถ้างานเอกสารเยอะจนใช้เวลาเกิน 5 ชั่วโมง/วัน (Pain)…ระบบนี้จะช่วยจัดเรียงอัตโนมัติ (Solution)…ทำให้คุณมีเวลาเพิ่มขึ้นวันละ 2–3 ชั่วโมงค่ะ (Benefit).” 6) สื่อสารให้กระชับ แต่ชัดเจนลูกค้าไม่อยากฟังนานสรุปสั้น ๆ ว่า:
ยิ่งลูกค้าเข้าใจเร็ว ยิ่งมีโอกาสซื้อ 7) เตรียมรับมือคำปฏิเสธลูกค้าไม่ซื้อ = เรื่องปกติสิ่งที่มือใหม่ควรเตรียม:
อย่ากลัวคำว่า “ขอคิดก่อน” เพราะทุกอย่างยัง follow-up ได้ 8) Follow-up อย่างมีศิลปะ ไม่ตื๊อมือใหม่ชอบกลัวว่าจะ “กดดันลูกค้า”แต่ถ้า Follow-up อย่างถูกวิธี จะดูเป็นมืออาชีพมากกว่า ตัวอย่างข้อความ:“สวัสดีค่ะ พอดีเห็นว่าคุณลูกค้าสนใจเรื่อง ___ ถ้ายังมีข้อมูลไหนให้ช่วยตัดสินใจเพิ่มเติม แจ้งได้นะคะ พร้อมช่วยดูให้เต็มที่ค่ะ” ให้ความรู้ → ดีกว่าตามขาย 9) ใช้เครื่องมือช่วย เช่น CRM หรือ Call Trackingไม่ต้องเป็นบริษัทใหญ่ก็ควรใช้เพราะช่วยเรื่อง:
มือใหม่ทำงานง่ายขึ้นทันที 10) ฝึกทุกวันจากสถานการณ์จริงทักษะการขาย = ยิ่งฝึก → ยิ่งเก่งฝึกได้จาก:
คุณไม่ต้องเกิดมาขายเก่ง แค่ “ลงมือทำซ้ำให้ถูกวิธี” ⭐ สรุป: มือใหม่ก็ขายเก่งได้ ถ้าเริ่มต้นถูกจุดถ้าคุณเป็นมือใหม่ไม่ต้องพยายามขายเหมือนโปรแค่เริ่มจาก เข้าใจลูกค้า → สื่อสารตรงประเด็น → follow-up อย่างมืออาชีพก็สามารถปิดการขายได้จริงในปี 2026 💼 ให้ Global Assistant ดูแลธุรกิจของคุณ ด้วยทีม Telesales มากประสบการณ์ เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น 📩 สนใจเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ?
🔥 โปรโมชั่นพิเศษเฉพาะเดือนนี้! รับ ปรึกษาด้านการขายฟรี เข้าร่วมสัมมนา Sales Training โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ ฟรีทุกเดือน
📞 ติดต่อ อุ๋งอิ๋ง: 066-131-8773 หรือกด Add LINE เพื่อพูดคุยเพิ่มเติม 👉 https://lin.ee/NIuN7CG |
.png)


